leArN 2 pLAy

  1. Search
  2. About
  3. Subscribe
  4. Archive
  5. Random
  1. LayKi
  2. LeaRn2cOOk
  3. Talay's Tales
  4. (dot)Live

leArN 2 pLAy

..............
ว่างๆ ก็ทำมันพัง
ว่างไม่ว่าง ก็ซ่อมมันซะ
..............

Newer
Older
  • เล่นกับน้ำ
อีกบทเรียนหนึ่งที่ไม่ได้หาเรื่องอยากเอง เหมือนทุกๆครั้งที่อยากทำโน่นทำนี่
แผนที่ 1 การกั้นน้ำเข้าบ้าน (และอาจกั้นน้ำออกจากบ้านด้วย ถ้ามันเข้าไปได้)
ใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนี่แหละ ถูกดี ตัดให้ใหญ่กว่าบานประตูไว้ ความสูงก็เดาเอาแล้วแต่ดวง กะตำแหน่งติดแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดไว้ด้านนอกของบ้าน เล็งให้เมื่อน้ำมาแล้วมันจะช่วยกดแผ่นของเราให้ติดกับประตูหรือผนังบ้านไว้ อย่างน้อยแรงกด 400-500 kg. คงช่วยอะไรเราได้บ้าง ถ้าน้ำสูง 40-50 cm.
แล้วใช้เทปกาวสองหน้าที่ใช้ติดรถยนต์ เลือกตำแหน่งที่จะติดกาวให้ตรงที่เรียบๆของขอบประตูไว้ ติดเทปกาว 2 แถวให้ต่อกันให้สนิท ด้วยความเชื่อส่วนตัวว่า เทปนี้ติดรถยนต์ได้ กันน้ำแน่ ติดแน่น 10 ปีไม่มีหลุด และทดลองโดยการติดแก้วน้ำ แล้วเผลอใส่โค้กกินไป 2 แก้วแล้วไม่รั่ว 5555 มันน่าจะไได้ผล
หลังจากติดแผ่นเข้ากับประตูเรียบร้อย ยิงซิลิโคนปิดตามขอบอีกชั้นนึง ทิ้งไว้ 4-5 วัน ยิงซ้ำอีกชั้นนึง คราวนี้ถ้าน้ำเข้าได้ รับรองออกไม่ได้แน่ :P
แผนที่ 2 ยกของขึ้นชั้นสอง
หลังจากนั่งรอน้องน้ำอยู่นานไม่มาซักที ก็เริ่มวิตกว่า คงมาเยอะพอควรล่ะ ก็เริ่มยกของขึ้นชั้นบนกัน ขนมากเท่าที่จะทำได้ เผื่อแผนแรกไม่ได้ผล
แผนที่ 3 นักวิทยาศาสตร์ที่ดี ไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ในหลอดทดลอง
ตั้งชื่อซะเท่ เรียกสั้นๆว่า ” หนี “
….. บันทึก …..
หลังจากนั่งดูน้ำ หาข้อมูลมั่วๆด้วยตัวเองอยู่ 2 อาทิตย์ ทำให้เดาเอาเองอีกแล้วว่า วันศุกร์ที่ 28 ตุลานี้ล่ะ น้องน้ำน่าจะมาเยือนบ้านเราแล้วล่ะ ว่าแล้วก็เลยหาเรื่องลางานวันจัทนร์ที่ 24 พุธ 26 ซะเลย มีเวลาเพิ่มในการเตรียมตัวอีก 3 วัน กับ 3 บ้านทั้งบ้านแพร์และบ้านแม่ เค้าจะหนีไปหรือไม่ไปอีกเรื่องหนึ่ง ยังไงไปช่วยปิด กล่าวลากันก่อนแล้วกัน เพราะยังไงเราไปแน่นอน 
เสาร์ อาทิตย์ เราก็เก็บของขึ้นชั้นสองทั้งหมดเท่าที่ทำได้ หลังจากแผนแรกที่กะว่าแค่ ปิดประตูรอบบ้าน ซีลซิลิโคนให้แน่นหนา เราก็เริ่มประสาทเสียขนของขึ้นชั้นสองเป็นแผนที่สองตามมา เก็บตู้เย็น เครื่องซักผ้า ใส่ถุงพลาสติกที่ได้มาจากปุ๊ก วันอาทิตย์ไปใส่ของกันที่บ้านแม่กันเรียบร้อย ทั้งที่บ้านนี้โอกาสรอดน้อยมาก เนื่องจากปู่บอกไม่ท่วมแน่ จนทำให้ทุกคนหมดอารมณ์ในการเตรียมพร้อม
วันจันทร์กลับมาเก็บของรอบสุดท้ายที่บ้านจนเสร็จ วันอังคาร พ่อวางแผนจะไปส่งเด็กๆและแม่ที่เพชรบุรีก่อน แล้วกะจะกลับมาช่วยที่หมู่บ้านปิดกระสอบทรายกั้นน้ำ แล้วค่อยตามกลับไปอีกที ทั้งที่เชื่ออย่างสนิทใจว่า กระสอบทรายไม่ช่วยอะไรเลยแน่นอน
แต่แล้วแผนการก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะคนในหมู่บ้านบางกลุ่มไม่พอใจ อยากให้ปิดประตูตอนน้ำมา ไม่ใช่อยู่ๆก็มาปิดเอาตอนนี้ ซึ่งไม่มีวี่แววของน้ำเลย (เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง) เราก็เลยออกจากหมู่บ้านกันตั้งแต่เช้าซะเลย แล้วไปปิดบ้านอาแพร์กัน ไปถึงอาแพร์เตรียมแผนอพยพไว้แล้วด้วยเลย ช่วยกันยกของ ห่อตู้เย็น โซฟา ปิดบ้านกันแล้วไปต่อกันที่บ้านย่า ทำกันหมดจนสฟุดท้ายไม่ปิดแล้ว เพราะพ่อยืนยันจะอยู่ไม่ไปไหนทั้งสิ้น เนื่องจาก “มันไม่ท่วม” (ใครบอกวะ) 
เย็นวันอังคารเราทั้งหมด(ยกเว้นปู่) ออกเดินทางไปบ้านคุณยายที่เพชรบุรีกัน ไปนอนเล่น กินเล่น อ้วนกันเล่นๆ อยู่หลายวัน และแล้ว
วันศุกร์ที่ 28 ตามคำทำนาย อันไร้ความน่าเชื่อถือของเรา ฮาๆๆๆ น้องน้ำก็มาเยือนบ้านเรา เธอเริ่มมาถึงก็ปิดถนนบรมราชนนีก่อนเลย ดีที่เราไม่รอจนเธอมาเพราะวางแผนว่าจะหนีออกเส้นทางนี้แหละ เมื่อทางขวาออกไม่ได้ ไปดูทางซ้ายกัน ออกทางนี้ต้องวิ่งเข้าหาประตูน้ำปากคลองทวีวัฒนากันเลย แล้วอ้อมผ่านหน้ามหาลัยมหิดลกลับมาทางสาย4 ซึ่งน้องน้ำเธอก็ตามมาปิดซะในเวลาไล่ๆกัน ส่วนถนนศาลาธรรมสพ ไม่ต้องพูดถึง โดนปิดไปพร้อมๆกับถนนบรมฯนั้นแหละ ถ้าเราไม่เปลี่ยนแผน รอจนน้องน้ำมาถึงเราก็คงต้องอุ้มลูกแบกของออกมาโบกรถบนสาย 4 พร้อมกับการเสียรถให้จมน้ำอยู่ที่บ้านไป 1 คัน ต้องขอบคุณแม่เตยที่ยืนยันไว่ายังไงฉันไม่อยู่แล้วววว
วันเสาร์ที่ 29 น้ำเข้าหมู่บ้านทั้งหมดแบบรวดเร็ว มาทั้งทางหน้าและทางรอบๆหมู่บ้าน มุดรั้วมา ลอดใต้บ้านบางหลังเข้ามา ท่วมจนถึงระดับเข้าบ้าน ทางหมู่บ้าน คนที่ยังอยู่ก็สู้กันเต็มที่ สูบน้ำออก กันน้ำเข้าจน น้ำลดลงถึงระดับที่ไม่เข้าบ้าน (มั้ง .. จากคำบอกเล่า และเดาเอา) 
ถึงวันนี้ อังคาร ที่ 8 พย. เราหนีมา 2 อาทิตย์แล้ว น้ำยังไม่มีท่าทีจะลดลงเลย บ้านย่าก็ท่วมในบ้านแล้ว ประมาณ 60 cm.  http://www.facebook.com/9ninox/posts/300533279974879?notif_t=like 
ตอนนี้ก็นึกไปถึงขั้นตอนเตรียมล้างบ้านกันล่ะ ฮาๆๆๆ
หลังจากนี้ก็ต้องรอดูกันล่ะว่า ผลจะเป็นอย่างไร
พี่ก้องช่วยเตือนสติไว้ว่า  
“In God we trust, all others must have data.” : Bernard Fisher 

    เล่นกับน้ำ

    อีกบทเรียนหนึ่งที่ไม่ได้หาเรื่องอยากเอง เหมือนทุกๆครั้งที่อยากทำโน่นทำนี่

    แผนที่ 1 การกั้นน้ำเข้าบ้าน (และอาจกั้นน้ำออกจากบ้านด้วย ถ้ามันเข้าไปได้)

    ใช้แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนี่แหละ ถูกดี ตัดให้ใหญ่กว่าบานประตูไว้ ความสูงก็เดาเอาแล้วแต่ดวง กะตำแหน่งติดแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดไว้ด้านนอกของบ้าน เล็งให้เมื่อน้ำมาแล้วมันจะช่วยกดแผ่นของเราให้ติดกับประตูหรือผนังบ้านไว้ อย่างน้อยแรงกด 400-500 kg. คงช่วยอะไรเราได้บ้าง ถ้าน้ำสูง 40-50 cm.

    แล้วใช้เทปกาวสองหน้าที่ใช้ติดรถยนต์ เลือกตำแหน่งที่จะติดกาวให้ตรงที่เรียบๆของขอบประตูไว้ ติดเทปกาว 2 แถวให้ต่อกันให้สนิท ด้วยความเชื่อส่วนตัวว่า เทปนี้ติดรถยนต์ได้ กันน้ำแน่ ติดแน่น 10 ปีไม่มีหลุด และทดลองโดยการติดแก้วน้ำ แล้วเผลอใส่โค้กกินไป 2 แก้วแล้วไม่รั่ว 5555 มันน่าจะไได้ผล

    หลังจากติดแผ่นเข้ากับประตูเรียบร้อย ยิงซิลิโคนปิดตามขอบอีกชั้นนึง ทิ้งไว้ 4-5 วัน ยิงซ้ำอีกชั้นนึง คราวนี้ถ้าน้ำเข้าได้ รับรองออกไม่ได้แน่ :P

    แผนที่ 2 ยกของขึ้นชั้นสอง

    หลังจากนั่งรอน้องน้ำอยู่นานไม่มาซักที ก็เริ่มวิตกว่า คงมาเยอะพอควรล่ะ ก็เริ่มยกของขึ้นชั้นบนกัน ขนมากเท่าที่จะทำได้ เผื่อแผนแรกไม่ได้ผล

    แผนที่ 3 นักวิทยาศาสตร์ที่ดี ไม่ควรเอาตัวเองไปอยู่ในหลอดทดลอง

    ตั้งชื่อซะเท่ เรียกสั้นๆว่า ” หนี “

    ….. บันทึก …..

    หลังจากนั่งดูน้ำ หาข้อมูลมั่วๆด้วยตัวเองอยู่ 2 อาทิตย์ ทำให้เดาเอาเองอีกแล้วว่า วันศุกร์ที่ 28 ตุลานี้ล่ะ น้องน้ำน่าจะมาเยือนบ้านเราแล้วล่ะ ว่าแล้วก็เลยหาเรื่องลางานวันจัทนร์ที่ 24 พุธ 26 ซะเลย มีเวลาเพิ่มในการเตรียมตัวอีก 3 วัน กับ 3 บ้านทั้งบ้านแพร์และบ้านแม่ เค้าจะหนีไปหรือไม่ไปอีกเรื่องหนึ่ง ยังไงไปช่วยปิด กล่าวลากันก่อนแล้วกัน เพราะยังไงเราไปแน่นอน 

    เสาร์ อาทิตย์ เราก็เก็บของขึ้นชั้นสองทั้งหมดเท่าที่ทำได้ หลังจากแผนแรกที่กะว่าแค่ ปิดประตูรอบบ้าน ซีลซิลิโคนให้แน่นหนา เราก็เริ่มประสาทเสียขนของขึ้นชั้นสองเป็นแผนที่สองตามมา เก็บตู้เย็น เครื่องซักผ้า ใส่ถุงพลาสติกที่ได้มาจากปุ๊ก วันอาทิตย์ไปใส่ของกันที่บ้านแม่กันเรียบร้อย ทั้งที่บ้านนี้โอกาสรอดน้อยมาก เนื่องจากปู่บอกไม่ท่วมแน่ จนทำให้ทุกคนหมดอารมณ์ในการเตรียมพร้อม

    วันจันทร์กลับมาเก็บของรอบสุดท้ายที่บ้านจนเสร็จ วันอังคาร พ่อวางแผนจะไปส่งเด็กๆและแม่ที่เพชรบุรีก่อน แล้วกะจะกลับมาช่วยที่หมู่บ้านปิดกระสอบทรายกั้นน้ำ แล้วค่อยตามกลับไปอีกที ทั้งที่เชื่ออย่างสนิทใจว่า กระสอบทรายไม่ช่วยอะไรเลยแน่นอน

    แต่แล้วแผนการก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะคนในหมู่บ้านบางกลุ่มไม่พอใจ อยากให้ปิดประตูตอนน้ำมา ไม่ใช่อยู่ๆก็มาปิดเอาตอนนี้ ซึ่งไม่มีวี่แววของน้ำเลย (เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง) เราก็เลยออกจากหมู่บ้านกันตั้งแต่เช้าซะเลย แล้วไปปิดบ้านอาแพร์กัน ไปถึงอาแพร์เตรียมแผนอพยพไว้แล้วด้วยเลย ช่วยกันยกของ ห่อตู้เย็น โซฟา ปิดบ้านกันแล้วไปต่อกันที่บ้านย่า ทำกันหมดจนสฟุดท้ายไม่ปิดแล้ว เพราะพ่อยืนยันจะอยู่ไม่ไปไหนทั้งสิ้น เนื่องจาก “มันไม่ท่วม” (ใครบอกวะ) 

    เย็นวันอังคารเราทั้งหมด(ยกเว้นปู่) ออกเดินทางไปบ้านคุณยายที่เพชรบุรีกัน ไปนอนเล่น กินเล่น อ้วนกันเล่นๆ อยู่หลายวัน และแล้ว

    วันศุกร์ที่ 28 ตามคำทำนาย อันไร้ความน่าเชื่อถือของเรา ฮาๆๆๆ น้องน้ำก็มาเยือนบ้านเรา เธอเริ่มมาถึงก็ปิดถนนบรมราชนนีก่อนเลย ดีที่เราไม่รอจนเธอมาเพราะวางแผนว่าจะหนีออกเส้นทางนี้แหละ เมื่อทางขวาออกไม่ได้ ไปดูทางซ้ายกัน ออกทางนี้ต้องวิ่งเข้าหาประตูน้ำปากคลองทวีวัฒนากันเลย แล้วอ้อมผ่านหน้ามหาลัยมหิดลกลับมาทางสาย4 ซึ่งน้องน้ำเธอก็ตามมาปิดซะในเวลาไล่ๆกัน ส่วนถนนศาลาธรรมสพ ไม่ต้องพูดถึง โดนปิดไปพร้อมๆกับถนนบรมฯนั้นแหละ ถ้าเราไม่เปลี่ยนแผน รอจนน้องน้ำมาถึงเราก็คงต้องอุ้มลูกแบกของออกมาโบกรถบนสาย 4 พร้อมกับการเสียรถให้จมน้ำอยู่ที่บ้านไป 1 คัน ต้องขอบคุณแม่เตยที่ยืนยันไว่ายังไงฉันไม่อยู่แล้วววว

    วันเสาร์ที่ 29 น้ำเข้าหมู่บ้านทั้งหมดแบบรวดเร็ว มาทั้งทางหน้าและทางรอบๆหมู่บ้าน มุดรั้วมา ลอดใต้บ้านบางหลังเข้ามา ท่วมจนถึงระดับเข้าบ้าน ทางหมู่บ้าน คนที่ยังอยู่ก็สู้กันเต็มที่ สูบน้ำออก กันน้ำเข้าจน น้ำลดลงถึงระดับที่ไม่เข้าบ้าน (มั้ง .. จากคำบอกเล่า และเดาเอา) 

    ถึงวันนี้ อังคาร ที่ 8 พย. เราหนีมา 2 อาทิตย์แล้ว น้ำยังไม่มีท่าทีจะลดลงเลย บ้านย่าก็ท่วมในบ้านแล้ว ประมาณ 60 cm.  http://www.facebook.com/9ninox/posts/300533279974879?notif_t=like 

    ตอนนี้ก็นึกไปถึงขั้นตอนเตรียมล้างบ้านกันล่ะ ฮาๆๆๆ

    หลังจากนี้ก็ต้องรอดูกันล่ะว่า ผลจะเป็นอย่างไร

    พี่ก้องช่วยเตือนสติไว้ว่า  

    “In God we trust, all others must have data.” : Bernard Fisher 



    Posted on November 8, 2011 ()

Field Notes Theme. Designed by Manasto Jones. Powered by Tumblr.